รีวิวภาพยนตร์ Jiu Jitsu : โคตรคน ชนเอเลี่ยน

 

Jiu Jitsu : โคตรคน ชนเอเลี่ยน เป็นภาพยนตร์ แนวแอ็คชั่น, ไซ-ไฟ, แฟนตาซี กำกับภาพยนตร์โดย Dimitri Logothetis เขียนบทโดย Dimitri Logothetis และ Jim McGrath

 

เป็นเรื่องราวของ เจค บาร์นส์ ชายหนุ่ม คนหนึ่ง ที่ได้รับบาดเจ็บ และยัง สูญเสีย ความทรงจำไป ก่อนที่จะ ได้รับความช่วยเหลือ จาก วายลี และเหล่าภาคี นักสู้ ยิวยิตสู เก่าแก่

ซึ่งดูเหมือน ว่าชะตากรรม ของเขา จะเกี่ยวโยง อยู่กับ ศึกการต่อสู้ ระหว่างมนุษย์ กับ แบรกซ์ ผู้รุกราน จากต่างดาว ที่แข็งแกร่ง และมาพร้อม กับเทคโนโลยีอาวุธ สุดล้ำสมัย

เหล่าโคตรคน มหาประลัย จึงต้องผนึกกำลัง สู้กับศัตรู จากต่างดาว ด้วยวิชา ศิลปะการต่อสู้ โดยมีชะตากรรม ของโลก เป็นเดิมพัน

 

Jiu Jitsu

 

หนังเปิดฉาก มาแบบ ไม่พูดพร่ำ ทำเพลง อะไรเลย ใส่ฉากแอคชั่น สู้ ๆ ต่อย ๆ บู๊ ๆ อย่างเต็มที่ ปล่อยให้คนดู งงตาแตก อยู่หน้าจอ กันว่า มันเกิดอะไรขึ้น กันเนี่ย?

แต่ว่า งานออกแบบ คิวบู๊ ช่วงแรก ๆ ของหนัง ค่อนข้าง ที่จะโอเค แต่พอ ไปช่วงหลัง ค่อนข้าง เละเทะ สะเปะสะปะ กันไปหมด และตัวหนัง ยังคงเน้น คอนเซ็ปต์ สื่อสารกัน น้อย ๆ เช่นเดิม

ตัวหนัง เอาจริง ๆ ไม่ค่อยมีจุด จดจำ มากไปกว่า ตัวเอเลี่ยน ชุดยาง ที่เป็นโคตรนักสู้ จากต่างมิติ มีความพยายาม จะเป็น PREDATOR เวอร์ชั่นกังฟู + ซามูไร

โดยการ ยัดฉากแอคชั่น คิวบู๊ระห่ำ สไตล์ลองเทค ต่อเนื่อง เข้ามา ต้องยอมรับว่า ก็ถือเป็น ไอเดีย ที่ค่อนข้าง เข้าท่า แต่มัน กลับไม่เข้าท่า กับหนัง เรื่องนี้เลย

แทนที่จะเป็น หนังแอคชั่น คลู ๆ แต่กลับเป็น อิหยังวะ มุมกล้อง ไม่รู้ว่า แทนมุมมอง ตัวละครไหน กันแน่ อีกทั้ง ยังคงดำเนินเรื่อง ไปแบบ เน้นเตะต่อย ไม่เน้นบทพูด อีกตามเคย

และพล็อตหนัง ที่หลาย ๆ อย่าง ที่บางจุด ก็ไม่สมเหตุ สมผล สักเท่าไหร่ เช่น เงื่อนไข การต่อสู้ ระหว่างภาคีนักสู้ยิวยิตสูเก่าแก่ กับเอเลี่ยน ถ้าหา สาระจริง ๆ มันก็ไม่ เมคเซนส์ เท่าไหร่

ตัวละคร นั้นนี่ โผล่มา ตัวละครนู้น ก็ปรากฏตัว แต่กลับ ไม่รู้เลยว่า ใครเป็นใคร หนังมีความอินดี้มาก ที่ไม่ขยายความใด ๆ สื่อมา ถึงคนดูเลย

แต่กลับมอบหน้าที่นั้น ที่น่าจะเป็น การโยน มากกว่า ให้กับ นิโคลัส เคจ ที่เป็นดาราเบอร์ใหญ่ ที่สุด ของเรื่องแล้ว มาทำหน้าที่ เป็นกาวผสาน และสรุปเนื้อเรื่อง ให้คนดู ได้พอเข้าใจ มากขึ้นหน่อย

 

Jiu Jitsu

 

ด้านงานภาพ ก็สไตล์หนังแอคชั่น เตะต่อย ปล่อยหมัด ฟันดาบ โช้งเช้ง ก็จะไหว ๆ สั่น ๆ ชวนมึนบ้าง อะไรบ้าง แต่ยอมรับว่า คิวการจัดวาง จังหวะไฟท์ สวยงาม ดูสนุก ลื่นไหล

โดยเฉพาะ แอคชั่น ของพี่ จา พนม ยังคง สวยงาม แบบองก์บาก มวยไทย และแน่นอนว่า เราสามารถ นับคำได้เลย ว่าพี่จา ได้พูดไป กี่คำ  บทพูด พี่เขา น่าจะราว ๆ  2 – 3 บรรทัด เท่านั้น แต่เตะต่อย สนุก เพลินมาก

ส่วนฉาก CG ต่าง ๆ ยังลอย ๆ ตลก ๆ อยู่ คือถ้าว่ากันชัด ๆ เลยคือ โปรดัคชั่นหนัง โดยรวม มันเหมือน ย้อนกลับไป ในสมัย CD ซึ่งไม่ค่อยชัดดี

นอกจาก เรื่อง CG ที่ลอยเด่นแล้ว หนังยังมี ซาวน์ดนตรี ประกอบ ที่ค่อนข้าง น่ารำคาญ เปิดคลอ ไปตลอดทั้งเรื่อง ยิ่งช่วงท้าย ยิ่งหนักหู เข้าไปใหญ่

และไม่เท่านั้น งานออกแบบ องค์ประกอบต่าง ๆ ของหนัง ก็ดูหละหลวม และน่าขบขัน ไม่ว่าจะเป็น ฉากต่อสู้ ที่มุมหนึ่งแดดจัด แต่ตัดไป อีกมุมหนึ่ง แดดอ่อนแล้ว

ขณะที่ฉากต่าง ๆ ก็ไม่รักษ์โลก กันเลย เพราะเป็นวัสดุ โฟมล้วน ๆ แต่ที่อดกลั้นขำ ไม่ได้สุด ๆ ก็คือ ดาบที่ใช้ สู้ฟันกัน อย่างดุเดือด เมื่อนำไป ค้ำยันพื้น กับโค้งงอ ลงได้ อย่างนั้น เล่นบาคาร่า

 

 

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *