โทรศัพท์

+123-456-7890

อีเมล์

mail@domain.com

เวลาเปิด

Mon - Fri: 7AM - 7PM

รีวิวหนัง Top Gun Maverick สร้างระบบกล้องใหม่ สำหรับถ่ายทำฉากขับเครื่องบิน

Top Gun 2: Maverick - Beyazperde.com

รีวิวหนัง โจเซฟ โคซินสกี้ (oseph Kosinski) ผู้กำกับ ‘Top Gun: Maverick’ ได้ ให้ส้มภาษณ์ เกี่ยวกับ เทคโนโลยี ที่ สำคัญ สำหรับ
การถ่ายทำ ฉาก ขับ เรื่อบิ่น จริงๆ ในภาพ ยนตร์ โดย เขา ได้ ชี้แจง ว่า จำเป็นต้อง สร้าง ระบบ กล้อง ขึ้นมา ใหม่ เพื่อ เก็บภาพ
ประสบการณ์ การบิน ของ นักบิน ได้ อย่างมาก ที่สุด
“ผู้กำกับ ภาพ ที่ ผมร่วมงาน มา บ่อยมากอย่าง คลอติ โอ ไม่ แร นดา (Claudio Miranda) แล้วก็ตัว ผม ได้ ร่วมงาน กัน ใน เรื่อง
ระบบ กล้อง กับ Sony โดย พวกเรา ได้ ปรับปรุง ระบบ กล้อง ที่ เรียก ว่า Rialto ที่ มี ด้วย กล้อง 6 ตัว ที่สามารถจัดตั้ง ใน ที่นั่ง
นักบิน ของ เรือบิน เจ็ต ได้ พอดิบพอดี โดย กล้อง 4 ตัว จะ จับไป ที่ บริเวณใบหน้า ดารา ส่วน อีก 2 ตัว จะ จับ ไป ที่ ข้างหน้า
ของ เรือบิน นั่น ทำให้พวกเรา สามารถ เก็บ ภาพ ได้อย่าง สมจริงสมจัง ที่สุด”

เนื่องจากผู้กำกับ โจเซฟ โคซินสกี้ นั้นต้องการให้ได้ภาพการขับเครื่องบินที่สมจริงที่สุุด ดังนั้นจอกเหนือจากการใช้ระบบกล้องแบบใหม่แล้วนั้น นักแสดงยังต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้การขับเครื่องบินออกมาสมจริงที่สุดโดยที่ไม่ใช้ CGI เข้ามาช่วย

‘Top Gun’ ภาคแรกเมืี่อปี 1986 ซึ่งเป็นผลงานกำกับของ โทนี สกอตต์ (Tony Scott) ผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์คลาสสิกมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ยอดจำหน่ายซาวด์แทร็กสูงสุดตลอดกาลด้วย

สำหรับ ‘Top Gun: Maverick’ นั้น เป็นภาคต่อใน 30 ปีต่อมา ซึ่งเป็นผลงานกำกับของ โจเซฟ โคซินสกี้ ที่เคยร่วมงานกับ ทอม ครูซ (Tom Cruise) มาแล้วใน Oblivion (2013) โดยได้มือเขียนบทชั้นยอดมาร่วมงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เอเรน ครูเกอร์ (Ehren Kruger) จาก Transformers: Revenge of the Fallen, เอริน วอร์เรน ซิงเกอร์ (Erin Warren Singer) จาก American Hustle และ คริสโตเฟอร์ แมคควอร์รี (Christopher McQuarrie) จาก Edge of Tomorrow และเป็นผู้กำกับ Mission: Impossible 7-8 ด้วย

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ “มัลเวอริค” รหัสเรียกชื่อของลูกชายอดีตนักบินที่เก่งที่สุดคนหนึ่ง ด้วยความมั่นใจในตัวเอง บวกกับความใจกล้าบ้าบิ่นทำให้เขาถูกส่งมาฝึกที่หน่วย Top Gun แต่ก็ไม่วายที่จะแหกกฏเป็นประจำ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ทำให้เขาต้องเรียนรู้และก้าวเข้าสู่บทเรียนสำคัญในการใช้ชีวิตและการฝึกบิน

สรุปเนื้อเรื่องค่อนข้างละเอียด (สปอยเนื้อหาสำคัญ)

บอกไว้เลยว่าถ้าไม่อยากรู้สปอย ให้ข้ามตัวหนังสือสีเทาไปอ่านรีวิวด้านล่างได้เลยค่ะ

เปิดเรื่องมาด้วยเครื่องบินมิคของข้าศึกไม่ระบุสัญชาติโผล่มาในเรดาห์ จึงต้องส่งเครื่องบินที่ลาดตระเวนอยู่ขณะนั้น 2 ลำ ไปขับไล่ ซึ่งได้แก่ เครื่องบินของ “มัลเวอริค” (ทอม ครูซ) และ “กูส” และอีกลำคือ คูก้าและคู่บินของเขา

เมื่อไล่ต้อนกันได้สักพัก เครื่องบินของคูก้า ถูกเครื่องบินข้าศึกล็อคเป้ายิงไว้ แต่ข้าศึกยังไม่ยิง มัลเวอริคบินแบบผาดโผนเพื่อเข้าใกล้เครื่องบินมิคของข้าศึก โดยบินแบบกลับหัว ไปอยู่ด้านบนของข้าศึก และใช้กล้องถ่ายภาพไว้ ทำให้ข้าศึกรีบหนีไป

คูก้า เกิดอาการกลัวตายอย่างสุดชีวิต เพราะรู้ตัวว่าถูกล็อคเป้าไว้ เขาจึงไม่สามารถประคองสติให้ลงจอดได้ มัลเวอริคถูกสั่งให้กลับฐาน แต่เขากลับฝ่าฝืนคำสั่งเพื่อไปช่วยคูก้า โดยพูดให้สติและบินเป็นเพื่อนจนถึงฐานในที่สุด หลังจบเหตุการณ์นั้น คูก้าลาออก ผู้บังคับบัญชาจึงจำใจส่งเขาและกูส ไปฝึกบินที่ Top Gun ซึ่งที่นั่น รวมหัวกะทิที่บินเก่งที่สุด เพื่อมาฝึกให้เก่งยิ่งกว่า โดยในตอนแรกผู้บังคับบัญชาตั้งใจจะส่งคูก้าไป แต่คูก้าลาออกไปก่อน ตำแหน่งนักบินที่บินเก่งที่สุดในหน่วยนั้นจึงตกเป็นของมัลเวอริค โดยประวัติของมัลเวอริคจะไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะก่อเรื่องไว้เยอะ

ตอนปฐมนิเทศ ก็พบกับผอ.ของที่นั้น “ไวเปอร์” ที่ขึ้นชื่อว่าสุดยอดนักบินในตำนาน มัลเวอริคตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องมีชื่ออยู่ในบอร์ดนักบินที่บินเก่งที่สุดในรุ่น ทำให้เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนเกิดอาการหมันไส้ รวมไปถึง “ไอซ์แมน” (วัล คิลเมอร์) ที่เป็นระดับหัวกะทิเหมือนกัน หลังจบจากการปฐมนิเทศ เขาตรงไปยังบาร์ และไปร้องเพลงจีบสาวชื่อ “ชาร์ลี” (เคลลี แมคกิลลิส) เช้าวันต่อมาเมื่อเริ่มเข้าชั้นเรียน ก็ต้องตะลึงเพราะชาร์ลีคือหนึ่งในครูฝึกของเขา  ดูหนัง

เมื่อเริ่มสู่บทเรียนฝึกบิน มัลเวอริคก็สร้างวีรกรรมอีกเช่นเคย แม้ว่าเขาจะเอาชนะครูฝึกได้ แต่เขาก็แหกกฏการบิน ซึ่งโดยไวเปอร์เรียกว่าอบรมอยู่พักใหญ่ และเมื่ออยู่ในคลาสเรียนของชาร์ลี มีการพูดถึงเครื่องบินมิค มัลเวอริคเล่าว่าเขาเคยขับไล่เครื่องบินมิคมาแล้ว โดยการบินกลับหัว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ และยังโดนไอซ์แมน คู่แข่งคนสำคัญแดกดัน และในคลาสต่อๆ มา ชาร์ลี ที่เขามุ่งหน้าจีบ แบบไปมาหาสู่กันถึงบ้าน ก็หักหน้าเขาต่อหน้าชั้นเรียน ทำให้เขาโกรธเธอมากจนขับมอเตอร์ไซค์หนีไป ชาร์ลีขับรถยนต์ตามมา ปรับความเข้าใจกันในที่สุด ระหว่างนั้นมัลเวอริค ชาร์ลี กูส และครอบครัวได้ทานข้าวร่วมกัน มัลเวอริครักกูสมาก เปรียบเหมือนเพื่อนตายที่ร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันตลอด เขาพูดกับกูสเสมอว่ากูสคือครอบครัวที่เขาเหลืออยู่

บทความแนะนำ

แสดงความคิดเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *